แด่ผู้กล้าเสียสละ เมรุพระราชทานเพลิงศพ จ่าแซม สมบูรณ์ สมเกียรติสูงสุด

สมเกียรติสูงสุด…แด่ผู้กล้าเสียสละ เมรุพระราชทานเพลิงศพ’จ่าแซม’ สมบูรณ์-สมเกียรติ

การก่อสร้างเมรุสำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ่าแซม” วีรบุรุษถ้ำหลวงเสร็จสิ้น เหลือเพียงประดับตกแต่งบางส่วน ขณะที่ประชาชนทั่วสารทิศหลั่งไหลเคารพศพไม่ขาดสาย อังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.49 น.

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่วัดบ้านหนองคู ต.เมืองหงษ์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ จ.อ.สมาม กุนัน หรือจ่าแซม อาสาซีลที่เสียชีวิตในถ้ำหลวง ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและราบรื่น โดยนายวันชัย คงเกษม ผวจ.ร้อยเอ็ด สั่งการให้นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการในร้อยเอ็ด และที่เกี่ยวข้องได้กำกับดูแลอย่างเต็มที่ สำหรับการเตรียมความพร้อมสำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 14 ก.ค.นี้ ด้านต่างๆ ถือว่ามีความพร้อม โดยเฉพาะการสร้างเมรุในพิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระอธิการระพิณ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองคู กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างเมรุเผาศพจำลอง ซึ่งอยู่ลานวัดด้านทิศตะวันออกของศาลาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพจ่าแซม ที่ได้ดำเนินการมาหลายวันนั้น ภาพรวมตอนนี้ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพอันสมเกียรติของวีรบุรุษ เหลือเพียงการตกแต่ง ประดับประดาให้เกิดความสวยงามเท่านั้น

ทั้งนี้ ในแต่ละวันมีพี่น้องประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลกันมาเคารพศพ จ่าแซม และให้กำลังใจแก่ครอบครัวไม่ขาดสาย ท่ามกลางการดูแล รักษาความปลอดภัยของตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร เป็นอย่างดี

ขอบคุณที่มา share-si

เกาะติด! การลำเลียงหมูป่า 13 ชีวิต คาดเด็ก 3 คนถึง รพ.สนามแล้ว

ทีมหมูป่า  3 คนถึง รพ.สนามแล้ว

หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาแถลง ว่า วันนี้จะปฏิบัติการดีเดย์ นำเด็กออกมาจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน การปฎิบัติิภารกิจนี้จะมีความเสี่ยงหรือไม่อย่างไร ไปพูดคุยกับ นพ.สุระ เจตน์วาที แพทย์เวชศาสตร์การบิน และผู้เชี่ยวชาญด้านการลำเลียงผู้ป่วยและกู้ชีพทางอากาศจะมาแนะนำมาตรฐานอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการกู้ภัยในถ้ำ ร่วมรายการสดในสตูดิโอข่าว

ขอบคุณข้อมูล SpringNews

ในขณะนี้สามารถยืนยัน1 ใน 3 ได้ว่าคือ น้อง มาร์ค ด.ช. มงคล บุญเปี่ยม

แต่อีก2 คนยังไม่ทราบชัดเจนว่าคือใคร  แต่ยังไงก็ขอให้ปลอดภัยทุกคนครับ

 

 

นายณรงค์ศักดิ์ฯ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา ก่อนจะเดินทางไปเชียงรายเพื่อทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯช่วยเหลือ ทีมหมูป่าจนเสร็จสิ้น

วันที่ 6 ก.ค.61 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา (คนใหม่) พร้อมด้วย นางจินจณา โอสถธนากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เดินทางเข้าสักการะศาลหลักเมือง อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง พระเจ้าตนหลวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา ก่อนจะเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา สักการะศาลพระภูมิประจำศาลากลางจังหวัด พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 และเดินทางเข้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

โดยมีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และว่าที่ร้อยตรีณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเมื่อ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้กล่าวทักทายผู้ที่เดินทางมาต้อนรับ และแสดงความยินดีแล้ว หลังจากนี้ ก็จะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อทำหน้าที่บัญชาการเหตุการณ์ ช่วยเหลือน้องๆ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือน้องๆออกมาได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งก็เป็นไปตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา(คนใหม่) ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.เชียงราย เฉพาะภารกิจอำนวยการ และบริหารจัดการช่วยผู้สูญหายบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำ นางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทั้งนี้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

คลิป

นายณรงค์ศักดิ์ฯ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา

นายณรงค์ศักดิ์ฯ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา ก่อนจะเดินทางไปเชียงรายเพื่อทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯช่วยเหลือ 13 ชีวิตจนเสร็จสิ้นภารกิจ

โพสต์โดย ข่าวดัง เฟสบุ๊ค เมื่อ วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2018

ขอบคุณที่มา sharesaradee

ณ ตอนนี้ พบแล้ว!! 13 ชีวิตปลอดภัยดี ! ดังคำทำนายของครูบาบุญชุ่ม

ด่วนๆ พบแล้ว เมื่อเวลา 21:00 เจ้าหน้าที่ดำน้ำต่างประเทศและหน่วยซีลเดินทางถึงพื้นที่พัทยาบีช และพบเจอน้องๆ ทั้ง 13 ชีวิตแล้ว ในสภาพปลอดภัยดี และน้องๆ ได้เขียนจดหมายให้เจ้าหน้าที่ว่าต้องการอาหาร เบื้องต้นทีมผู้ว่าเตรียมส่งแพทย์เข้าไปยังพื้นที่อย่างเร่งด่วน

ทีมงานแจ้งว่าน้องๆ ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่สามารถขึ้นมาได้ จนกว่าสภาพร่างกายจะพร้อม ตอนนี้อยู่ในหว่างรอขั้นตอนการช่วยเหลือโดยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาน้องๆ ทุกคน ส่วนสภาพของน้องๆ ประเมินโดยคร่าวๆ นำ้หนักลดลงไม่ต่ำกว่า 5 กิโล สายดายังปรับแสงไม่ได้ และคาดว่ายังไม่สามารถทานได้ เพราะระบบการย่อยอาหารไม่ปกติ ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ

บริเวณที่พบตัวน้องๆ และโค้ช 13 คน คือ ห่างออกไปจากหาดพัทยาไม่ไกลนัก ประมาณ 300-400 เมตร  โดยผู้ที่พบคือหน่วนซีล และทีมฝรั่ง เจ้าหน้าที่บอกว่า น้องๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีและมีสติ โดยเขียนจดหมายโน๊ตออกมาให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งว่าต้องการอาหาร

ทั้งนี้ผู้ว่า ขอความร่วมมือตำรวจทุกนายรักษาการจราจรอย่าให้ติดขัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธภิพ วอนประชาชนทุกคนให้อยู่บ้านติดตามข่าวสาร อย่าเพิ่งเข้ามาในพื้นที่ และผู้ว่าแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่

ส่วนญาติและเจ้าหน้าที่มีความสุขมากๆ ยิ่งกว่าถูกรวย ถูกรางวัล เฝ้ารอคอยความหวังอย่างต้ังใจ มีเสียงโห่ร้องเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่หลายท่านให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา ด้วยความปราบปรื้มใจที่พบทีมฟุตบอลหมูป่าทุกคน

ทั้งนี้ ครูบาชุญชุ่ม ได้ทำนายไว้เมื่อ 2 วันก่อน ว่าเด็กยังปลอดภัยดี และจะพบในอีก 2 วัน ซึ่งก็ตรงตามคำทำนายจริงๆ หรือว่าเรื่องนี้จะมีเรื่องความปริศนาและไศยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ อย่างไรก็รอติดตามกันต่อไป

ขอบคุณที่มา  รักยิ้ม

เจ้าหน้าที่จุดพลุหลัง “พบโพรงเข้าทางใหม่” มีเสียงจากในถ้ำ

บอกเลยว่าทำงานกันอย่างเต็มที่จริงๆ สำหรับเจ้าหน้าที่และหน่วยซีล ที่ได้หาทางเข้าไปในถ้ำเพื่อช่วย

13 ชีวิตที่ติดอยู่ข้างใน ซึ่งจะไม่มีการยุติการค้นหา หากยังไม่พบตัว ซึ่งก็มีอุปสรรคคือฝนตก และน้ำท่วมในถ้ำ ได้มีการเจาะผนังถ้ำเพื่อให้น้ำไหลออกได้มากขึ้น และหาโพรงใหม่เพื่อให้สามารถเข้าไปในถ้ำได้เร็วกว่าเดิม ล่าสุด มีความหวังหลัง “พบโพรงเข้าถ้ำใหม่” มีค้างคาวและได้ยินเสียงน้ำ จึงจุดพลุสัญญาณ

แจ้งหน่วยโรยตัวให้มาบริเวณโพรงใหม่ที่พบ

 

 

 

Cr:daj.upyim

ขอบคุณที่มา thaisodee

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง 13 ชีวิต ‘ครูบาอริยชาติ’ ทำพิธีหน้าจุดพระนอน ปากถ้ำหลวง

ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ได้เดินทางมาทำพิธีบริเวณจุดพระนอน หน้าปากถ้ำหลวง และเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทำพิธีให้แล้ว ไล่ฝนให้แล้ว มาแผ่เมตตา ขออำนาจพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปกครองคุ้มครองทั้ง 13 ชีวิต เหมือนความเมตตา ความปรารถนาดี อยากให้เด็กพ้นจากความทุกข์ มาขอเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขา แม่นางนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ตรงนี้ให้เปิดทางให้

“มาให้กำลังใจกันเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ทำพิธีที่น่าทำได้ สวดมนต์กรวดน้ำแผ่เมตตาให้สิ่งต่างๆ นี่ก็ใกล้จะครบ 7 วันแล้ว ขอให้กำลังใจทุกคนให้ทุกอย่างคลี่คลายโดยเร็ว มาช่วยเป็นแรงใจกัน ใครช่วยแรงกายก็ให้แรงกาย อาตมามาช่วยแรงใจ” ครูบาอริยชาติกล่าว

ครูบาอริยชาติบอกว่า “ยังปลอดภัยอยู่ เดี๋ยวได้ข่าวดี”

ครูบาอริยชาติบอกว่า “ยังปลอดภัยอยู่ เดี๋ยวได้ข่าวดี” // สาธุเจ้าค่ะ

โพสต์โดย Thairath เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2018

ขอบคุณที่มา จิตเป็นสุข

ทรงพลัง! ภูเขาไฟคิลาวา ในฮาวาย กลืนบ้าน-รถยนต์บนเกาะฮาวาย

ทรงพลัง! ลาวาภูเขาไฟคิลาเว กลืนบ้าน-รถยนต์บนเกาะฮาวาย

ภูเขาไฟ “คิลาเว” ในฮาวาย พ่นลาวาไหลบ่าทำลายบ้านเรือนแล้วอย่างน้อย 31 หลัง

สื่อสหรัฐรายงานว่าสถานการณ์ภูเขาไฟคิลาเวปะทุบนเกาะใหญ่ ของรัฐฮาวาย ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีรายงานว่าลาวาจำนวนมากได้ไหลทะลักเข้าพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนอย่างน้อย 31 หลัง ถูกลาวาทำลายจนได้รับความเสียหาย ขณะที่ประชาชนราว 1,800 คนในย่าน Leilani Estates และ Lanipuna Gardens ซึ่งตั้งอยู่โดยโดยรอบภูเขาไฟ ต้องอพยพออกไปจากพื้นที่

ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าปริมาณค่าซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ที่ภูเขาไฟปลดปล่อยออกมาได้ลดต่ำลงแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นอันตรายกับผู้สูงอายุและผู้ที่ปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจได้ โดยทางการได้อนุญาตให้ผู้อพยพบางส่วนสามารถเดินทางกลับเข้ายังที่พักอาศัยของตนเพื่อตรวจสอบความเสียหายเป็นเวลาสั้นๆได้ แต่ยังไม่ทราบว่าผู้อพยพทั้งหมดจะสามารถกลับเข้าบ้านของตนเองได้เมื่อไร

รายงานระบุว่าลาวาได้ไหลออกจากปากปล่องภูเขาไฟเป็นเวลา 3 วันแล้ว ด้านนาย Talmadge Magno หัวหน้าฝ่ายป้องกันอัคคีภัยของฮาวายระบุว่า ยังไม่มีท่าทีการชะลอตัวของลาวาแต่อย่างใด ขณะที่ประชาชนราว 12 คนตัดสินใจยังอยู่ในพื้นที่พักอาศัยของตนแม้ว่าจะมีคำประกาศเตือนและอพยพของทางการก็ตาม

ด้านสำนักข่าวซีบีเอสของสหรัฐ ได้รายงานว่าปริมาณลาวาที่ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยได้ทำลายถนน บ้านเรือน ต้นไม้ และรถยนต์ของชาวบ้าน อีกทั้งยังพบรอยแตกจำนวน 10 รอยในย่าน Leilani Estates ที่ลาวาจากใต้ดินแทรกตัวขึ้นสู่พื้นดิน โดยบางจุดลาวาได้พุ่งขึ้นสูงราว 200 ฟุต

ทั้งนี้สำหรับเหตุการณ์ภูเขาไฟคิลาเวปะทุนั้น มีขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด ซึ่งนับเป็นการสั่นไหวครั้งใหญ่สุดในรอบ 40 ปี ของรัฐฮาวาย รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนจากอ๊าฟเตอร์ช็อคตามมานับร้อยครั้ง

ข้อมูลจาก https://www.posttoday.com/world/550541

ภาพและคลิปจาก WXChasing

ธอส.จัดหนัก! เปิดให้ประชาชน“กู้ 1 ล้าน”แถมยังให้ผ่อนแค่ 4,200 /เดือน คุณสมบัติตามนี้ก็ได้เงินก้อนไปใช้แล้ว (รายละเอียด)

สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว มีเงินใช้ มีบ้านเป็นของตัว ที่ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนทั้งหลาย (ผู้ที่ถือบัตรคนจน หรือ ผู้มีรายได้น้อย ) ยังมีสิทธิ์ได้เป็นถึงเจ้าของ กิจการเลยนะคะ เมื่อล่าสุด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย กู้เงินได้ 1 ล้านบาท แค่มีรายได้ 12,000 บาท ผ่อนเพียง 4,200 บาท/เดือน เท่านั้น!จ้า ว้าวเราไปดูรายละเอียดต่างๆกันเลยนะคะ ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ต้องการขอสินเชื่อในโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 30,000 ล้านบาท

ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา กรณีจะขอสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท จะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้สุทธิต่อเดือนประมาณ 12,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระต่อเดือนไม่เกิน 4,200 บาท และเพื่อให้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีงานทำสามารถกู้เงินได้

ธอส.เปิดให้สามารถขอกู้ร่วมในโครงการได้ “ผู้ถือบัตรคนจนสามารถขอกู้ได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ ธอส.จึงเปิดให้สามารถยื่นขอกู้ร่วมได้ มีบ้าน มีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะหากเป็นการกู้ร่วม ก็ไม่ต้องเดินบัญชีไว้ แต่หากต้องการขอสินเชื่อด้วยตัวเอง และมีความสามารถในการขอสินเชื่อ ก็ต้องมีการเดินบัญชีไว้เหมือนลูกค้าปกติ

”นายฉัตรชัย กล่าว อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75% ที่ 4 ปีแรกและวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ที่ 4 ปีแรก เช่นกัน โดยจะเปิดรับคำขอสินเชื่อตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือน ม.ค.2561 เป็นต้นไป นายฉัตรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 87% ของวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปทั้งหมด โดยการปล่อยสินเชื่อต่ำกว่า 1 ล้านบาทเชื่อว่าจะมีความน่าสนใจ

 

ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 30,000 ล้านบาท เป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน โดยครอบคลุมสิทธิถึงผู้ที่ถือบัตรคนจน ทั้งที่ประกอบอาชีพประจำ และอาชีพอิสระ เพื่อใช้ซื้อ ปลูกสร้าง หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัย

โดยแบ่งเป็น 10,000 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75% ที่ 4 ปีแรกและวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ที่ 4 ปีแรก เช่นกัน โดยจะเปิดรับคำขอสินเชื่อตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือน ม.ค.2561 เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 87% ของวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปทั้งหมด โดยการปล่อยสินเชื่อต่ำกว่า 1 ล้านบาทเชื่อว่าจะมีความน่าสนใจ และช่วยกระตุ้นผู้ประกอบการในการปล่อยที่อยู่อาศัยออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยจากข้อมูลพบว่ายังมีที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท คงเหลืออีกกว่า 20,000 ยูนิต ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ

ขอบคุณที่มา : thaided.com

จากเด็กถีบสามล้อสู่ผู้ว่าฯ ผ่านชีวิตลำบาก-ไม่สร้างภาพ…

เปิดปูมหลังผู้ว่าฯ เมืองเลย ดูกันชัดๆ สร้างภาพหรือของจริง เผยครอบครัวยากจน สู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก รับจ้างปั้นอิฐ ถีบสามล้อ กระเป๋ารถก็ทำมาแล้ว จนกลายเป็นคนสมถะ-ประหยัด-ติดดิน…

เป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลฯ กับภาพข่าว “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” อายุ 50 ปี ผวจ.เลย ขณะปั่นจักรยานอยู่กลางถนน ด้วยชุดเครื่องแบบราชการเพื่อไปทำงาน หลายคนชื่นชมว่าเป็นต้นแบบที่ดี ในทางกลับกันมีคนอีกกลุ่มมองเป็นการสร้างภาพ พร้อมตั้งคำถามว่า “จะปั่นได้กี่วัน –ทำไมไม่ไปทำอย่างอื่น-ดีจริงหรือป่าว” ว่าไปแล้วก็เป็นสิทธิที่เขาจะคิด-เขาจะสงสัยได้ไม่ผิด…เพื่อความกระจ่างวีคนี้เลยขอนำเรื่องราวประวัติ-ปูมหลังของผู้ชายที่ชื่อว่า“ชัยวัฒน์ ” มาให้ท่านๆ ที่มองโลกแคบได้เข้าใจว่าจริงแล้วสิ่งที่เขาทำมันคือการ “สร้างภาพ” หรือ “ของจริง”

“ชัยวัฒน์” หรือ “ติ๊ก” ผวจ.เลยคนที่ 49 เล่าว่า บ้านเกิดอยู่ที่บ้านบุงคล้า หมู่ 5 ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย ครอบครัวเป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ ทำไร่-ทำนา จบการศึกษาชั้น ป. 4 โรงเรียนบ้านวังสะพุง ในใบสุทธิหลังจบครูประจำชั้นระบุความประพฤติเรียบร้อย สุขภาพแข็งแรง ความรู้ความสามารถพิเศษไม่มี ผลการเรียนพอใช้ จนไปเรียนต่อ ป. 5,ป.6 ที่ โรงเรียนชุมชนวังสะพุง ห่างจากที่เดิม 2 ก.ม. แต่ไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษา เนื่องจากฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ต้องดิ้นรนขวนขวายไปสมัครสอบเทียบชั้น ม. 3 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย ขณะเดียวกันกับไปเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำ ได้วุฒิ ม.3 มาพร้อมกัน 2 ใบ ระหว่างเรียนต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้สามารถเรียนหนังสือ รับจ้างทุกอย่างไม่ว่าจะปั้นอิฐ ถีบสามล้อรับจ้าง แม้แต่กระเป๋ารถก็ยังทำมาแล้ว

ผวจ.เลย เล่าต่อว่า พอช่วงเรียนต่อมัธยมไม่มีทุนเรียนต้องเข้ามาในตัวเมืองเลย ไปขออาศัยวัดศรีสุธาวาส หรือวัดเลยหลง วัดอารามหลวง ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่คำดี วัณณาโก ท่านเจ้าอาวาส เมตตาให้ที่พัก ให้ข้าวก้นบาตร และให้โอกาสได้เรียนการศึกษาผู้ใหญ่ที่ โรงเรียนเลยพิทยาคม ภาคค่ำ คล้ายกับการเรียน กศน.ในปัจจุบัน จนจบชั้น ม.4, ม.5.ม.6 และใน ปี พ.ศ.2529 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนมีผลการเรียนดีพอสมควรทั่วประเทศ สมัครสอบตรงทุกคณะ ซึ่งสอบได้คณะรัฐศาสตร์ และจบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 2 ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง แต่มีการวางแผนการเรียนที่เหมาะสม และหาทุนเรียนระหว่างเรียนไปด้วย

โดยตั้งแนวทางการหารายได้ 2 ประเภท ประเภทแรก สมัครเป็นผู้ช่วยวิจัย ให้กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดเกือบทุกจังหวัด ได้รับรู้ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ ความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของผู้คนหลายระดับหลายท้องถิ่น ประเภทที่ 2 รับจ้างเก็บหนังสือในห้องสมุด มีโอกาสได้อ่านหนังสือทุกประเภททำให้ได้รับรู้จากการอ่าน นอกจากนี้ระหว่างปิดเทอมก็ไปรับงานจากรุ่นพี่ ที่เรียนปริญญาโท เก็บข้อมูล ผลงานวิทยานิพนธ์ เลยได้ทั้งเงินและรับรู้ข้อมูลอีกมากมาย

หลังจบปริญญาตรี ไปสมัครเป็นพนักงานบริษัทในเครือ เอส.ซี.จี. หรือปูนซิเมนต์ไทยเดิม ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลแห่งหนึ่ง ไม่เอาเปรียบพนักงาน จนสอบได้ทุนปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์การปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้สิทธิ์ยกเว้นค่าหน่วยกิต และทุนค่าใช้จ่ายส่วนตัว ยังไม่ทันจบ ไปสอบของกรมพัฒนาชุมชนได้จนไปรับราชการเป็นพัฒนากรชุมชน ที่อำเภอปากชม และสอบปลัดอำเภอได้เป็นปลัดอำเภอครั้งแรกที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่ีงรู้สึกชอบมาก เนื่องจากเรียนมาทางสาขานี้

จนมาสอบเข้า โรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 49 ไม่ทันได้เป็นนายอำเภอมีการปฏิรูปการปกครอง มีการตั้งกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เลยมาสมัครเป็นผู้ตรวจการณ์ท้องถิ่น รับผิดชอบ เทศบาล อบต. เพราะเห็นว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จะได้ช่วยส่งเสริมให้ท้องถิ่นปกครองตนเอง สามารถพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบริหารงบประมาณด้วยตนเอง จนสุดท้ายมาเป็นผู้อำนวยการและผู้อำนวยการพัฒนาบุคคลากรท้องถิ่น ได้รู้จักกับผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นเกือบทั่วประเทศที่เข้ามารับการเรียนและอบรม

ประวัติการทำงาน ระหว่างปี 2535-2546 เป็นปลัดอำเภอ จ.หนองคาย อุดรธานี เลย ขอนแก่น นครราชสีมา ต่อมาปี 2547-2551 เป็นผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.บุรีรัมย์ จากนั้นปี 2551-2555 เป็นท้องถิ่นจังหวัด บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ระหว่างปี 2555-2557 เป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างปี 2557-2558 เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย  ในปี 2558 เป็นรองผวจ.นครราชสีมา ระหว่างปี 2558-2559 เป็นรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างปี 2559-2560 เป็นที่ปรึกษาด้านการปกครองสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และปี 2560 เป็น ผวจ.ราชบุรี ก่อนย้ายมาเป็น ผวจ.เลย ในปัจจุบัน

“ผมเป็นชาวเลยโดยกำเนิด ส่งเสริมใช้ภาษาไทเลยท้องถิ่นสื่อสาร ไม่ว่าจะไปราชการ เปิดงาน ปาถกฐา ประธานพิธีในวาระต่างๆ ขอความร่วมมือ ข้าราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่น พ่อค้าและชาวบ้านเข้า โครงการ “สวมผ้าฝ้าย ใส่ผ้าซิ่น เว้าภาษาถิ่น ภาษาเลย” เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันดีงาม ใส่ทุกวันศุกร์ หรือจะใส่ทุกวันยิ่งดี ผมไม่ได้เป็นนายอำเภอ-ปลัดจังหวัดมาก่อนหน้า แต่การที่ได้เป็นผู้ช่วยนักวิจัย รับจ้างเก็บหนังสือในห้องสมุดประสบการณ์ ได้เห็นพฤติกรรมเรียนแบบ ฟุ้งเฟ้อ ขาดความรอบคอบ สุรุ่ยสุร่าย ผิดไปจากในอดีตที่เคยเห็นมาจึงคิดโครงการหลายอย่างที่ยังไม่เคยมีคนคิดมาก่อน”

จะเริ่มโครงการในปีใหม่นี้คือ 1.เปิดจวนผู้ว่า จัดแต่งงาน โดยผู้ว่าฯ รับเป็นเจ้าภาพ ใช้จวนผู้ว่าฯ เป็นสถานที่ประกอบพิธีจัดเลี้ยงฟรีไม่คิดมูลค่า เนื่องจาก จวนผู้ว่าฯ สร้างจากภาษีของประชาชน ควรมีส่วนร่วมในกิจกรรมของประชาชนเพื่อเป็นสิริมงคล แต่ต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ของกิน-ของชำร่วยต้องใช้ของที่ผลิตในจังหวัดเพื่อส่งเสริมผลิภัณฑ์ชุมชน 2.งานศพรณรงค์งดแอลกอฮอล์ต้อนรับแขก ซึ่งปัจจุบัน มีค่านิยมผิดๆ ที่ต้องจัดเลี้ยงโต๊ะจีนเลี้ยงสุรา ในงานศพ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองไม่มีประโยชน์

“ผู้ว่าฯติ๊ก” กล่าวปิดท้ายว่า ระบบราชการเขาให้สามารถปฏิบัติราชการได้คราวละ เพียง 4 ปี ถ้าเกินกว่านั้นต้องให้คณะรับมนตรีพิจารณา ซึ่งก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา แต่โดยส่วนตัวจะขอทำงานให้ดีที่สุดในระหว่างที่ยังอยู่ จ.เลย ในฐานะที่เป็นคน ไทเลยคนหนึ่ง

สุมาลี โคลส์ กำนันตำบลนาพึง เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.นาแห้ว จ.เลย บอกว่าดีใจที่สุดที่ได้ผู้ว่าฯ ที่เป็นคนเลยโดยกำเนิด เคยสัมผัสช่วงที่ท่านเดินทางมาแนะนำตัวมอบนโยบายที่อำเภอนาแห้ว ท่านพูด “ภาษาไทเลย” เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ทำตัวติดดินไม่เหมือนกับข้าราชการทั่วไป ท่านมาโดยไม่ให้จัดอาหารเลี้ยง เก้าอี้ก็ให้จัดที่นั่งเสมอชาวบ้าน อาหารให้จัดเพียงน้ำเปล่า นอกจากนั้นยังให้สวมผ้าฝ้ายพื้นเมืองใส่ผ้าซิ่นแทนกางเกง และกระโปรงด้วย

ทราบมาว่าตอนมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ คนนี้ประกาศว่า ให้ข้าราชการทุกพื้นที่ไม่ให้มีรถนำ, ไม่ต้องตั้งขบวนต้อนรับ,งดกระเช้าของขวัญ และไม่ต้องจัดเลี้ยง…จากการที่ผ่านความยากจน-ยากลำบาก การดำเนินชีวิตมุมานะ-อุสาหะจนประสบความสำเร็จเป็นถึงผู้ว่าราชการ ไม่แปลกใจเลยที่ท่านยังคงดำเนินชีวิตอย่าง สมถะ-ประหยัด-ติดดิน ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาจับต้องได้…ที่หลายคนสงสัยว่าปั่นจักรยาน “สร้างภาพ” จึงเป็นข้อกล่าวหาที่เกินความจริง…พวกโลกแคบเข้าใจกระจ่างแท้แน่นอนกันแล้วนะ.
………………………………………
คอลัมน์ : “คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ…ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.เลย …

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/617409