เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าต่อ..ที่ฟังดูแล้วมีความเป็นเหตุ..เป็นผลแห่งพุทธ..อย่างแท้จริง..

เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าต่อ..ที่ฟังดูแล้วมีความเป็นเหตุ..เป็นผลแห่งพุทธ..อย่างแท้จริง..

เรื่องมีอยู่ว่า..สมัยพุทธกาล

มีคนถามพระพุทธองค์ว่า ปฏิบัติธรรมแล้ว สุดท้ายเราจะได้อะไร

พระพุทธองค์ตอบว่า “ไม่ได้อะไรเลย”

เขาจึงถามต่อไปว่า… ถ้าเช่นนั้นท่านจะปฏิบัติไปเพื่ออะไร

พระพุทธองค์ทรงแย้มพระโอษฐ์ตรัสว่า ตถาคตสามารถบอกเธอถึงสิ่งที่หายไป นั้นก็คือ

ความโกรธได้หายไป

ความหม่นหมองวิตกกังวลหายไป

ความเศร้าท้อแท้หายไป

ความกังวลไม่สบายใจหายไป

ความเห็นแก่ตัว โลภะ โทสะ โมหะพิษร้ายทั้งสามก็หายไป

อวิชาคือความไม่รู้ที่ปิดกั้น ปุถุชนทั้งหลายก็ได้สูญสิ้นไป

พูดเหมือนง่าย… แต่เหตุผลนั้นมันลึกซึ้ง…

คนทั้งหลายที่มาสู่โลกนี้ มีเพียงสองเรื่องคือเกิดกับจาก

เรื่องแรกทำสำเร็จไปแล้ว ส่วนอีกเรื่องนั้นเราจะทุกข์ร้อนไปทำไม…

พระท่านว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามย่อมมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา และมีจากไปเป็นธรรมดา คนไม่มีปัญญามัวแต่ไปคิดว่ามันไม่ธรรมดา คิดว่ามันต้องอยู่กับเราตลอดไป ไปรั้งมัน ไปยึดมั่น ถือมั่น คิดว่าต้องสวยแบบนี้ ต้องดีแบบนี้ ต้องรักกันแบบนี้ตลอดไป ไปคาดหวังมัน เราก็เลยทุกข์ แท้ที่จริงแล้ว ตอนมันจากไป ก็เป็นธรรมดาของมัน

มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับมันไม่ได้หรอกหนา

มีวาสนาก็มา … ไม่มีวาสนาก็ไป… สิ่งใดที่สมควรแก่เหตุก็มาเอง… สิ่งใดที่ไม่สมควรแก่เหตุ จะแสวงหาก็ไม่พบ อ้อนวอนก็ไม่สำเร็จ…

มีวาสนาก็ไม่ปฏิเสธ ไร้วาสนาก็ไม่ต้องแสวงหา… สิ่งที่เข้ามาหาก็ต้อนรับ สิ่งที่จากไปก็ไม่ต้องอาลัย… ทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแต่วาสนา ให้เป็นไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น

ผู้มีปัญญาทั้งหลายไม่เอาชีวิตไปขึ้นอยู่กับปากและตาของผู้อื่น… ให้มองเห็นจิตและใจของตนเอง… มีสติ รู้จิต ไม่ฟุ้งซ่าน… ไม่ดิ้นรนแสวงหาในสิ่งที่หลอกลวงทั้งหลาย… ไม่ดิ้นรนแสวงหา ใจเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง… จะร้อนจะหนาว จะลุกจะนั่ง จิตก็มีสติอยู่เสมอ นี่แหละคือการปฏิบัติธรรม

เกิดเป็นคน อย่าเป็นคนหลอกลวงไร้สัจจะ ถ้าเป็นคนหลอกลวงจะไม่สามารถเปิดใจต่อผู้อื่นได้… ความทุกข์ที่สุดของมนุษย์คือใจที่ไร้ที่พึ่ง…

ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ ยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ตาม จิตที่ดีงามย่อมไม่มีเรื่องทุกข์ใจฺ…

จิตที่ประเสริฐ ย่อมไม่มีผู้ที่จะต้องเคียดแค้นชิงชัง… จิตที่เรียบง่าย ย่อมไม่มีเรื่องว้าวุ่นใจ… เป็นคนดี กายใจซื่อตรง ย่อมหลับเป็นสุข… ผู้ประกอบกรรมดี ฟ้าดินย่อมมองเห็น ผีสางเทวดาย่อมสรรเสริญ

ความสงบที่แท้จริงมิได้เกิดจากการนั่งนิ่งๆหลายชั่วโมง แต่เกิดจากการมองผู้คนและสิ่งทั้งหลายด้วยใจที่สงบ ได้ยินแม้แต่เสียงดอกไม้บาน… นั่งก็เป็นสมาธิ เดินก็เป็นสมาธิ

เหตุเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เหตุเกิดขึ้นแล้วก็ว่างเปล่า...ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของทุกคน ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของได้ ได้แต่เพียงเกี่ยวข้องแล้วก็ผ่านไป… พวกเราทุกคนเป็นเพียงแขกผู้ผ่านกาลเวลาเท่านั้น… วันหนึ่งเราก็ต้องบอกลาทุกสิ่งไป

ทุกสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าเรานั้นควรจะทนุถนอม… แต่สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ไม่ควรต้องอาลัย… สิ่งใดที่ควรได้ก็ให้รับเขาด้วยความยินดีแต่ไม่ยึดถือ..

ขออวยพรแด่ทุกคนที่มีวาสนาได้เกิดมาร่วมโลกกัน… เป็นครอบครัวเดียวกัน… เป็นญาติสนิทมิตรสหาย… รวมทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลายขอจงมีความสุข เบิกบานใจทุกวันคืน…

ถ้าอ่านแล้วจะส่งต่อให้เพื่อนก็เป็นบุญ จะพิจารณาอยู่ก็เป็นคุณที่ดีเฉพาะตัว…

ขอบคุณสำหรับทุกๆ ท่านที่ช่วยแชร์ต่อๆ ไป… ขออำนาจกรรมดีความดีจงคุ้มครองให้ทุกทุกท่านวิวัฒน์สวัสดีตลอดกาลนาน

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : Jelly Walker, รักยิ้ม

“นิสัยมงคล” ที่คุณควรสร้างให้ตนเอง

นิสัยมงคล ที่คุณควรสร้างให้ตนเอง
ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย

ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร

ถ้าอยากเป็นคนมั่งมี อย่าเป็นคนดีแต่จ่าย

ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม

ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น

ถ้าอยากเป็นคนมีความรู้ อย่าลบหลู่อาจารย์

ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ

ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม

ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ

ถ้าอยากเป็นที่เคารพ ต้องพบความจบก่อนจากไป

อย่าทำตัวให้เด่น โดยการสร้างหนี้ให้ตัวเอง

อย่าพยายามทำใจคนอื่นให้เหมือนใจเรา เพราะเราก็ทำใจให้เหมือนคนอื่นไม่ได้

9 นิสัยของบุคคลที่น่าคบ
1. ไม่อวดดี

2. ไม่พูดมาก

3. อ่อนน้อมถ่อมตน

4. รู้จักผ่อนสั้นผ่อนเบา

5. พูดจาอ่อนหวาน

6. เสียสละไม่เอาเปรียบ

7. กตัญญู

8. ไม่ริษยา ไม่เสียดสี

9. สุขุม รอบคอบ ไม่ข่มผู้อื่น
บุคคล 8 จำพวกที่ไม่น่าคบ
1. เที่ยวปล่อยข่าว

2. เฝ้าจับผิด

3. คิดทำลาย

4. ใจอคติ

5. ตำหนิคนอื่น

6.  จุดยืนไม่มี

7. เสียดสี ริษยา

8. วาจากลอกกลิ้ง

การให้ธรรมะเป็นทานเหนือการให้ทั้งปวง

ขอบพระคุณแหล่งที่มา  :  Jelly Walker

“มีเงินอย่างเดียว” ไม่ได้ยกระดับให้ดูดี สละเวลาอ่าน 2 นาที เป็นกำไรชีวิต

“มีเงินอย่างเดียว”

ไม่ได้ยกระดับให้ดูดี

แต่การมีมารยาทที่ดี

มันดูดียิ่งกว่ามีเงิน

จะจนจะรวยก็คนนะ

มีจิตใจเหมือนกัน

แค่เรา .. มีไม่เท่ากัน

ไม่ได้หมายความว่า

ค่าความเป็นคนจะไม่เท่ากัน

… เป็นหนึ่งคนที่ให้ …

ค่าของคนจากการกระทำ

จะรวย .. หรือจน

ก็เป็นคนเหมือนกัน

อย่าเปรียบเทียบ

อย่าไปมองว่าเขาสูงหรือต่ำ

.. ควรมองที่การกระทำ ..

เพราะสูงต่ำมันอยู่ที่จิตใจ

“ความน่านับถือ” มิได้ขึ้นอยู่กับ

. . . “อายุ” หรือ “ ตำแหน่ง ” . . .

แต่ขึ้นอยู่กับ “ความคิด” “คำพูด”

และ “การกระทำ” ที่เต็มเปี่ยมด้วย

ข้อคิดดีๆ จากการพบปะสังสรรค์กับมิตรสหาย

คนแรก … ขับรถเบนซ์ ราคา 3 ล้าน เขาเป็นหนี้แบงค์ 12 ล้าน ชีวิตของเขา … อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความดาย

คนที่สอง … ขับโตโยต้า ราคา 7 แสน เขากู้แบงค์มาผ่อนบ้าน … ราคา 2 ล้าน ชีวิตของเขา … มักมีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่เสมอ

คนที่สาม … ขี่มอเตอร์ไซค์ราคา 5 หมื่น เขามีเงินฝากแบงค์ 7 แสน ชีวิตแม้จะราบรื่น … แต่ก็รู้สึกว่างเปล่าไร้สาระ

เมื่อทั้ง 3 คนมาเจอกัน

คนขี่มอเตอร์ไซค์ … อิจฉาคนขับโตโยต้า

คนขับโตโยต้า … อิจฉาคนขับเบนซ์

คนขับเบนซ์ … อิจฉาคนขี่มอเตอร์ไซค์

นี่คือ “ความเป็นจริงของสังคม”

ที่แต่ละคน … ต่างเป็นทาสของเงินทอง และโชคชะตา

แมว … ชอบกินปลา

แต่กลับว่ายน้ำไม่เป็น

ปลา … ชอบกินไส้เดือน

แต่ก็ไม่สามารถขึ้นบก มาขุดไส้เดือนได้

สวรรค์ … เอาเหยื่อมากมาย มาล่อเรา

แต่ก็ … ไม่ให้ได้มันมา โดยง่ายดาย

เรื่องใหญ่สักเท่าใดของวันนี้

ถึงพรุ่งนี้ … ก็กลายเป็นเรื่องเล็กจิ๊บจ๊อย

เรื่องใหญ่สักเท่าใดของปีนี้

ถึงปีหน้า … ก็กลายเป็นนิทาน

อย่างมาก … พวกเราก็เป็นเพียงแค่

คนที่มี “นิทาน” ใว้เล่าให้คนอื่นฟัง

ชีวิต … ก็มีเพียงเท่านี้

จงทำดีไว้เมื่อจากไป

เราจะปลื้มใจในวันจากลา

ขอบคุณเพจ : labanoon และ Jelly Walker และ rugyim

สำหรับคนบางคน ”ชินกับความใจดีของคุณแต่ไม่เคยเห็นค่า”

สำหรับคนบางคน ”ชินกับความใจดีของคุณแต่ไม่เคยเห็นค่า”

ทำไมพวกเขาไม่เห็นคุณอยู่ในสายตา?

”เพราะคุณ…ยังไงก็ได้ อะไรก็ดี!”

มีเรื่องอะไร รายงานคุณก็จบ!

อยากได้อะไร แค่บอกคุณก็ให้!

ทำผิดอะไร คุณก็ไม่ติดใจเอาความ!

ถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า คุณก็ยังยอมทน!

จำไว้นะ …

สำหรับคนบางคนนั้น

ชินกับการได้อยู่อย่างเดียว

แต่ไม่เคยสำนึกบุญคุณ

ชินกับความใจดีของคุณ

แต่ไม่เคยเห็นค่า

ชินกับความใจกว้างของคุณ

แต่ไม่เคยเจียมตัว

เป็นคนใจดีนะ ก็ดีอยู่ แต่ให้มีขอบเขตบ้าง!

อย่าเอาแต่นึกถึงคนอื่น

หันกลับมาถามตัวเองดูบ้าง

ว่าใครที่นึกถึงความรู้สึกของคุณ?

ไม่มีใครกลัวว่าจะถูกคนอื่นทำร้าย

เขากลัวคนที่กลับมาทำร้าย

คือคนที่เขาไว้ใจและเชื่อใจที่สุด

ไม่มีใครกลัวว่าจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ

เขากลัวคนที่หันกลับมาหัวเราะเยาะ

คือคนที่เขาไม่เคยมีความลับใดๆ

การเป็นคนมีน้ำใจไม่ได้แปลว่าโง่

การเป็นคนดีก็ไม่ได้แปลว่าเซ่อ

ใช่ว่าเขาไม่รู้ ว่าเธอเป็นคนยังไง

ก็แค่ไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง!

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : นุสนธิ์บุคส์ และ คิดเป็น

หนี้พันล้าน! แต่ไม่ยอมแพ้ ลุกสู้เร่ขายแซนวิช จนยืนได้อีกครั้ง

หนี้พันล้าน! แต่ไม่ยอมแพ้ ลุกสู้เร่ขายแซนวิช จนยืนได้อีกครั้ง

หากตอนนี้ใครที่กำลังท้อแท้และสิ้นหวัง ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงในยุคปัจจุบัน วันนี้เราได้นำเรื่องราวของ คุณศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ อดีตเซียนหุ้น ผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย มีหนี้สินติดตัวนับพันล้าน ต้องผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายแซนด์วิชข้างถนน

ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและอุปสรรค จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จ จนสามารถกลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

แม้ต้องเดินขายแซนด์วิชข้างถนน ศิริวัฒน์แซนด์วิชตำนานของคนที่ไม่ยอมแพ้ “ผมยอมรับ ผมเจ๊ง เพราะผมโลภ” คำพูดจากชีวิตจริงของคุณศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณจริง เจ้าของแบรนด์ศิริวัฒน์แซนด์วิช ที่อดีตเคยเป็นนักลงทุนหุ้นรายใหญ่ทำเงินได้เป็นร้อยล้าน จนก้าวสู่วงการนักลงทุนอสังหาฯ แต่ชีวิตก็พลิกผัน เมื่อประสบกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 เปลี่ยนชีวิตกลายเป็นบุคคลล้มละลาย หนี้พันล้าน จนต้องไปเดินขายแซนด์วิชริมถนน เพื่อเลี้ยงลูกน้องในบริษัทอีก 20 กว่าชีวิต

บทเรียนชีวิตครั้งนี้สอนอะไรบ้าง?

คนหน้าซื่อใจคด เขาดูกันอย่างไร? 7 วิธีอ่านคนของขงเบ้ง…รับรองไม่ถูกหลอก

“หน้าซื่อแต่ใจคด สุภาพแต่ใจทราม เกรี้ยวกราดแต่ตาขาว แข็งขันแต่กลิ้งกลอก ใจคนนั้นดูยาก แต่ก็ใช่ว่า มิอาจจะหยั่งถึง” ขงเบ้งได้เขียนถึงวิธีการหยั่งรู้ใจคนไว้ในบทที่ 3 ของ “ตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง” ตำราวิชาการทหารเล่มสำคัญ ที่ขงเบ้งมอบให้แก่เกียงอุยนายทหารเอก และตำราเล่มนี้ยังคงสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในบท ๆ นี้มีใจความสำคัญว่า

“อันการหยั่งรู้ ดูอุปนิสัยใจคอคนนั้นเป็นเรื่องยาก คนมีดีชั่วแตกต่าง

นิสัยใจคอหาใช่จะสัมพันธ์กับรูปลักษณ์ภายนอก

บางคนหน้าซื่อแต่ใจกลับคิดคด บางคนสุภาพอ่อนหวาน

แต่กลับมีจิตใจเลวทราม บางคนเกรี้ยวกราดห้าวหาญแต่กลับขี้ขลาดตาขาว

บางคนมีมานะแข็งขันแต่กลับกลิ้งกลอกหาความสัตย์มิได้

ใจคนนั้นแม้นจะดูยาก แต่ก็พอมีโอกาสหยั่งถึง”

วิธีที่จะหยั่งรู้จิตใจมนุษย์นั้น มีอยู่ด้วยกัน 7 ประการดังนี้

1. ลองใจด้วยความผิดและถูก เพื่อหยั่งรู้คติธรรม
ลองใจด้วยปัญหาทางศีลธรรม สอบถามประเด็นทางการเมือง เพื่อทดสอบจุดยืน ความคิดจิตใจ ทัศนคติ รวมทั้งความปรารถนาลึก ๆ ภายในจิตใจ

2. โต้แย้งให้จนมุม เพื่อดูปฏิภาณ
หาปัญหาต่าง ๆ มาซักไซ้ไล่เลียง ยั่วยุให้เขาโกรธเพื่อทดสอบการควบคุมอารมณ์ ไหวพริบปฏิภาณ

3. ซักถามด้วยกลอุบาย เพื่อดูสติปัญญา
ปรึกษาแผนการ เรื่องราวต่าง ๆ กับเขา เพื่อทดสอบภูมิความรู้ สติปัญญา และความเข้าใจ

4. แจ้งภัยให้รู้ เพื่อดูความกล้า
แจ้งเขาให้ทราบว่า ภัยอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเพื่อพิจารณาให้เห็นความกล้าหาญและความอดทน

5. มอมเมาด้วยสุรา พิจารณานิสัย
จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ให้เพียบพร้อมด้วยสุรายาเมาเพื่อดูอุปนิสัยใจคอในยามขาดสติ รวมทั้งวินัยในการควบคุมตน

6. สรรเสริญด้วยลาภยศ เพื่อดูความสุจริต
ใช้ผลประโยชน์ทั้งลาภ ยศ และคำสรรเสริญเข้าล่อใจเพื่อทดสอบความซื่อสัตย์สุจริต

7. มอบงานให้ทำ เพื่อดูความรับผิดชอบ
มอบหมายงานให้เขาทำเพื่อทดสอบว่ามีความรับผิดชอบ น่าไว้วางใจ สามารถทำงานได้ถูกต้อง ครบถ้วนและตรงต่อเวลาหรือไม่ อย่างไร

“7 วิธีดูคนของขงเบ้ง” จะต้องนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมด้วยสติปัญญา ตามโอกาสอันอำนวย หาไม่แล้วก็อาจเกิดผลเสียกับตัวผู้ใช้เสียเอง หากมีโอกาสให้ทำก็จงทำ เพราะการหยั่งรู้อุปนิสัยใจคอของคน คือ “สิ่งแรกสุดของการใช้คน”

 

ขอขอบคุณข้อมูล จาก เพจ smilejung

จงจำ 10 ข้อ นี้ไว้เตือนใจหากวันหนึ่ง ต้องพบ “มรสุมชีวิต” จําไว้ว่าคุณไม่ได้มีตัวคนเดียว

ขอเพียงแค่คุณจดจำ 10 ข้อเตือนใจนี้ไว้ และจำไว้ว่าคุณไม่ได้มีตัวคนเดียว

1. จงพยายามมองหาสิ่งดีๆ ในทุกวัน แม้ว่ามันจะยากเพียงใด

ไม่มีทางที่ทุกวันจะสวยงาม ตามที่คุณวางแผนไว้หรอก หากวันใดเจอเรื่องท้าทาย จงใช้มันเปลี่ยน ไปในทางที่ดีขึ้น!!

2. บางครั้งสิ่งร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต อาจเป็นตัวนําทางเราไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดได้

จงมองให้เห็นถึงความงาม ในช่วงเวลาอันเลวร้าย และรับรู้ว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ ใช้ประสบการณ์ที่ไม่ ช่วยให้คุณเติบโต เรียนรู้ และเปิดรับมุมมองใหม่

3. ชีวิตที่สวยงาม ไม่จําเป็นเลยที่จะต้องเพอร์เฟกต์ แม้อะไรๆ จะผิดพลาดไปหมด

แต่ขอให้คุณตระหนักถึงสิ่งที่มีค่ามากสําหรับคุณที่ยังคงอยู่ ถ้าคุณยังหายใจ มีครอบครัวอันน่ารักและเพื่อนฝูงที่รักคุณ มีอาหารอร่อย ๆ และมีหลังคาคอยกําบังฝน เท่านี พอและครบถ้วนแล้ว

4. ในยามสุข จงกล่าวขอบคุณ และ เฉลิมฉลอง แต่พอถึงยามทุกข์

จงกล่าวขอบคุณและก้าวต่อไปข้างหน้า โลกของเราล้วนมีสิ่งตรงข้ามกัน หากไม่มีความมืดก็ไม่มีแสงสว่าง แน่นอนว่าชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดี มันเกิดขึ้นแล้ว ให้คุณกล่าว “ขอบคุณ” แล้วพลิกวิกฤตนั้นให้เป็นโอกาสในการก้าวไปข้างหน้าดีกว่า

5. ให้จําไว้เสมอว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายของชีวิตคุณ สิ่งทีดีที่สุดนั้น

ถึง คุณจึงไม่จําเป็นต้องยืนอยู่ทีเดิมไปตลอด เพราะคุณไม่ใช่ต้นไม้ เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามใจหวัง ที่ดีที่สุดคือการก้าวต่อไป เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ตนเอง และก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิต

6. ลองจับที่ชีพจรของคุณดู แล้วจงขอบคุณที่คุณยังมีชีวิตอยู่ เมื่อทุกอย่างผิดพลาดไปหมด

เรามักจะลืมนึกถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ จําไว้ว่าแม้ในเวลาที่ชีวิตเป็นฝันร้าย คุณมีโอกาสที่จะทําให้ทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิมได้ เพราะคุณยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่

7. ไม่ว่าตอนนี้จะรู้สึกอย่างไร จงลุกจากที่นอนและแต่งตัวเสีย มุ่งสู่จุดหมาย อย่าเพิ่งยอม

อย่าปล่อยให้ชีวิตทําร้ายคุณนานจนเกินไป การพยายามรักษาวิธีคิดที่ดี และเปลี่ยนวันร้ายๆ ให้กลายเป็นความเข้มแข็ง มันจะทําให้คุณสามารถก้าวไปข้างหน้า และพร้อมเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

8. หนึ่งการตัดสินใจของคุณ สามารถพลิกผันทั้งชีวิตของคุณได้ ถ้าคุณไม่ชอบชีวิตที่เป็นอยู่

จงจําไว้ว่า “คุณสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เสมอ” จริงๆ แล้วคุณมี อิทธิพลและความสามารถในการควบคุมให้ชีวิตเป็นดั่งฝันได้ เพราะฉะนั้นจงอย่าให้ความเป็นจริงทำหมดกําลังใจ คุณสามารถเอาชนะมันได้ด้วย วิธีคิดมุมมองและทัศนคติเชิงบวกของตัวคุณเอง

9. การคิดมากจะทําให้คุณอารมณ์เสียซะเปล่า จงหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยวางเรื่องราวร้ายๆทิ้งไป

บางครั้งเราก็ชอบ สร้างปัญหาทีไม่มีจริงขึ้นมาให้หนักสมอง จงมีสติตระหนักรู้ความคิดของตนเอง ปล่อยให้มันควบคุมคุณ จงถามตนเองว่า “นี่ทุกอย่างกําลังผิดพลาดจริงๆ หรือว่าฉันแค่คิดมากกันนะ?”

10. ยิ่งฉันอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งตระหนักมากขึ้นว่า เราทุกคนต่างก็ไม่รู้ว่าตนเองกําลังทำอะไรอยู่เลย

เราก็แค่แกล้งทําเป็นรู้เท่านั้นเอง เมื่อไหร่ที่คุณเครียดกับชีวิต ให้จําไว้ว่าเราทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันหมด ไม่มีใครรู้มากกว่าใครในเรื่องการใช้ชีวิตหรอก ดังนัน ถ้าหลาย ๆ อย่างผิดพลาด จงจําไว้ว่าคุณไม่ได้มีตัวคนเดียว เพราะเราทุกคนอยู่บนเรือลําเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูล จาก  108resources และ share-si

10 ข้อคิดเปลี่ยนชีวิต!! จากมุมที่คับแคบให้กลายเป็นกว้างใหญ่

10 ข้อคิดเปลี่ยนชีวิต!! จากจุดที่คับแคบให้กลายเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่

1. ถ้าคิดว่าบ้านของท่านคือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในโฉนด ท่านจะเป็นผู้ยากจน แต่ท่านจะเป็นผู้ร่ำรวย ต่อเมื่อคิดว่าบ้านของท่านคือโลกทั้งใบ เมื่อท่านมีความคิดที่จะครอบครอง

มีความคิดในการทำสัญลักษณ์แห่งความเป็นเจ้าของ สิ่งที่เป็นของท่านย่อมมีอยู่น้อยนิด เมื่อท่านยุติความคิดครอบครอง สิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ย่อมเป็นของท่านโดยปริยาย

2. จงมองผู้อื่นดุจคนในครอบครัว แบ่งปันอาหารที่ดีที่สุดให้เขา ท่านไม่จำเป็นต้องกินอาหารดีๆ เพื่อให้ตนเองมีความสุข จงกินอาหารพื้นๆ ธรรมดาๆ จงดื่มกินอาหารทิพย์จากความเมตตา จงเปลี่ยนรอยยิ้มและความสุขของผู้คนรอบข้างให้กลายเป็นอาหารของท่านเถิด

3. อย่าได้เป็นผู้ให้เลย เพราะการเป็นผู้ให้นั้นมีอัตตาแฝงอยู่ จงเป็นผู้รับใช้เถิด เพราะการเป็นผู้รับใช้คือการเป็นรองเท้าให้ผู้คนเหยียบย่ำ ท่านจะไม่สูญเสียสิ่งใดๆ จากการเป็นผู้รับใช้

เพราะการสูญเสียและการเสียเปรียบนั้น เป็นหน้าที่ของผู้รับใช้อยู่แล้ว ต่อเมื่อท่านได้รับสิ่งใด แม้เป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหน สิ่งนั้นย่อมกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทันที นับเป็นความฉลาดอย่างยิ่งที่ท่านจะกระทำตนเป็นผู้รับใช้เสียแต่วันนี้

4. จงยุติความต้องการทั้งปวง แม้ความต้องการนั้นดีงามเพียงไร ขึ้นชื่อว่าความต้องการแล้วย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ ท่านจงเป็นผู้ปลูกต้นไม้ด้วยการทำหน้าที่ในปัจจุบัน จงรดน้ำลงไป แต่อย่าใส่ความปรารถนาลงไป ต้นไม้เติบโตด้วยแร่ธาตุและน้ำ มิได้เติบโตด้วยความปรารถนาใดๆ ของท่านเลย

5. วาทศิลป์ที่ดีที่สุด มิใช่คำพูดที่ดูฉลาด เมื่อท่านจะพูดจา จงพูดแต่ความจริง ขอให้ท่านใคร่ครวญว่า พูดอย่างไรจึงเป็นความจริงมากที่สุด ท่านอาจเสียผลประโยชน์ไปบ้าง แต่มันช่างคุ้มค่ากับการแลกมาซึ่งจิตแห่งความเปิดเผย

6. จงอย่าเป็นผู้กล้า แต่จงบอกใครๆ ว่าท่านเป็นคนขี้ขลาดแค่ไหน เมื่อท่านเป็นผู้กล้า ท่านกำลังปกปิดและวิ่งหนีตนเอง ต่อเมื่อท่านยอมรับในความขี้ขลาดของตน ท่านจึงกลับสู่ความผ่อนคลายของชีวิตอีกครั้ง

7. อย่าคาดหวังว่าท่านจะเปลี่ยนโลก เพราะไม่มีใครเลยที่จะเปลี่ยนโลกได้ เมื่อโลกในนี้มีแต่ความธรรมดา จึงไม่มีใครเปลี่ยนแปลงความธรรมดาไปได้ ความคาดหวังที่จะเปลี่ยนโลก ก็คือความธรรมดาอย่างหนึ่ง มันเกิดขึ้น คงอยู่ และดับไป

จงปล่อยให้โลกเป็นอย่างที่เป็น จงเป็นผู้กวาดใบไม้ด้วยปัญญา ใบไม้ร่วงสู่พื้นทุกวัน ท่านจงกวาดเท่าที่กวาดได้ เพราะพรุ่งนี้ใบไม้ก็จะร่วงสู่พื้นดินอีก ชีวิตของท่านก็เช่นกัน

8. หน้าที่ของท่านไม่ใช่หน้าที่ของท่าน ทุกสิ่งที่ท่านทำอยู่ ขอให้เป็นไปเพื่อความเบิกบานที่เป็นประโยชน์ อย่าทำหน้าที่ด้วยความเคร่งเครียด และอย่าหาความเบิกบานด้วยการทำสิ่งไร้ประโยชน์

จงหาสมดุลของความเบิกบานและการทำประโยชน์ให้พบ เพราะนั่นคือวิถีแห่งความดีงามของชีวิต

9. อย่าเรียกหาความดีใดๆ แต่จงเป็นความดีนั้นเสียเอง อย่าแสวงหาแสงสว่างใดๆ แต่จงเป็นแสงนั้นเสียเอง ท่านจงเป็นในสิ่งที่ท่านฝันถึง

จงอย่าหาผู้คนที่น่ากราบไหว้ แต่จงสร้างตนเองให้กราบไหว้ตนเองได้ อย่าเรียกหาสิ่งศักดิ์ แต่จงสร้างตนเองให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ความดีงาม ความสว่าง และความศักดิ์สิทธิ์ล้วนซ่อนอยู่ในตัวตนของท่านทั้งหมด

10. จงอย่าเป็นผู้มีชีวิตรกรุงรัง แต่จงเป็นผู้มีความเรียบง่ายอย่างยิ่ง จงเป็นผู้กินง่าย อยู่ง่าย และนอนง่าย จงเป็นผู้พูดง่ายๆ คิดง่ายๆ และยอมรับอะไรง่ายๆ อย่าสะสมสิ่งใดเกิดความจำเป็นของชีวิต เพราะเราต่างเป็นผู้มาชั่วคราว

เราต่างเป็นนักผจญภัยที่ต้องการความคล่องตัว ขอท่านจงเป็นผู้เร่รอนในวิถีชีวิต อย่าได้เป็นมหาเศรษฐีผู้ลงหลักปักฐาน จงเป็นผู้โลดโผนโจนทะยานที่สะสมร่องรอยบาดแผล ขอท่านจงคุ้นชินกับความหิวโหยและเจ็บปวด เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแก่นสารของชีวิตซึ่งนำท่านมายังโลก เมื่อการเรียนรู้ในสิ่งเหล่านี้สิ้นสุด ท่านย่อมเป็นผู้บรรลุแล้วซึ่งการศึกษาทั้งปวง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณพศิน อินทรวงค์

เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน…ผู้ชาย 7 ประเภท ที่จะทำให้คุณเสียน้ำตาไปทั้งชีวิต!

เสี่ยงไหม! ผู้ชาย 7 ประเภท ที่จะทำให้คุณเสียน้ำตาไปทั้งชีวิต

เลือกแฟนผิดชีวิตเปลี่ยน คนเฒ่าคนแก่ เปรียบให้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้นำครอบครัว ได้หัวหน้าครอบครัวที่ดีชีวิตก็ดี ได้หัวหน้าที่แย่ชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร

วันนี้จะมาเผย ผู้ชาย 7 ประเภท ที่จะทำให้คุณเสียน้ำตาไปทั้งชีวิต ให้รู้กัน อ่านก่อนตัดสินใจจะคบกับใครนะคะ

1. เจ้าชู้

ความซื่อสัตย์ คือ สิ่งสำคัญของชีวิตคู่ ถ้าคุณเลือกคนเจ้าชู้มาเป็นแฟน

คุณจะต้องคอยตามล้างตามเช็ด หวาดระแวง เสียน้ำตาให้กับพฤติกรรมนอกใจของเขาไม่รู้จบ

และอยู่กับการหลอกตัวเองว่า ‘สักวันเขาจะหยุดที่คุณ’

2. ปากร้าย

อย่าเลือกคบคนที่ปากร้าย พูดจาไม่ถนอมน้ำใจคนอื่น ตำหนิคุณด้วยถ้อยคำรุนแรง พูดจาไม่ให้เกียรติ

แม้เขาจะเป็นคนปากร้ายแต่ใจดีแค่ไหน แต่การต้องฟังคำพูดแย่ๆ บ่อยๆ

นอกจากจะทำให้เสียความรู้สึกแล้ว จะเหมือนสมองของคุณถูกฝังชิปให้เชื่ออย่างนั้น

มีทัศนคติในด้านลบมากขึ้น หรือรู้สึกดูถูกตัวเอง

3. เจ้าอารมณ์

คนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำ ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

นิดๆ หน่อยๆ เดี๋ยวก็วีน เดี๋ยวก็เหวี่ยง ไม่ยอมลงให้ใคร เชื่อเถอะว่าอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความสุข มีแต่ทะเลาะ

4. ชอบใช้กำลัง

มันคงจะดีกว่าไหม ถ้าเขาจะใช้ข้อได้เปรียบของความเป็นผู้ชาย ใช้พละกำลังที่เขามีเพื่อดูแล ปกป้อง ช่วยเหลือคนอื่น

ไม่ใช่ทำตัวเป็นอัธพาล ไม่พอใจใครก็ใช้กำลังตัดสิน เลือดตกยางออกกลับมาบ้านบ่อยๆ

นอกจากจะทำให้คุณต้องเป็นห่วง ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งคนที่เขาทำร้าย อาจเป็นคุณก็ได้

5. ไม่รู้จักโต

ผู้ชายที่โตแต่ตัว แต่ยังมีความคิด มีนิสัยเหมือนเด็กๆ คนที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่

ไม่รู้จักวางแผนชีวิต ไม่คิดทำอาชีพที่มั่นคง คนแบบนี้หรอคะ ที่คุณจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้

6. หลงไหลอบายมุข

การพนัน ของมึนเมา อบายมุขทั้งหลาย ไม่เคยทำให้ชีวิตของใครดีขึ้น

มีแต่จะทำให้ตกต่ำย่ำแย่ หาได้เท่าไหร่ก็เอาไปลงขวด ลงบ่อนหมด อยู่กับคนแบบนี้มีแต่จะพาคุณไปลำบาก

7. รักแต่ตัวเอง

รักตัวเองมันก็ดี แต่ถ้ารักตัวเองมากเกินไป มันจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ชอบเอาเปรียบคนอื่น

นึกถึงแต่ประโยชน์ และความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้ง คุณต้องเป็นฝ่ายยอม ต้องเสียสละอยู่ตลอด รักแบบนี้ไม่ใช่ความรักหรอกค่ะ

 

ก่อนจะคบกับใคร อย่าลืมเช็คดูให้ดี ว่าเขามีคุณสมบัติ 7 ข้อนี้หรือไม่

ส่วนจะตัดสินใจคบไหม เสี่ยงไหม ก็อยู่ที่คุณเลือกเอง!

 

ขอขอบคุณที่มาจาก : gangbeauty และเพจคิดเป็น

3 คาถาบูชาพ่อแม่ สวดทุกวัน วันละ 1 นาที เทวดาจะอวยพรท่าน

1.อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา

ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ..

2.มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง)

3.อะนันตะคุณะ สัมปันนา ชะเนติชะนากา อุโภ มัยหัง มาตา ปิตูนังวะ ปาทา วันทามิ สาทะรัง

หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า ?กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส

อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย? หลังจากนั้นราดน้ำรดมือ รดเท้า

10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ (โดย หลวงพ่อจรัญ)

1. จงสร้างความดีให้กับตัวเอง

และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก ฯ

2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว

ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ ฯ

3. ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่

ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษ ฯ

4. ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน

อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับม่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อนคือ ถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ฯ

5. บางคนลืมพ่อลืมแม่

อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังดำน้ำไม่โผล่ ฯ

6. คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่

คนเถียงพ่อเถียงแม่เอาดีไม่ได้..คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรม ฯขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆ น้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่าโทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพี่คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือรดเท้า ฯ

นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้…ให้… ให้….ฯลฯ) เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้น ฯ

หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณ นั่นคือหนี้บุญคุณของบิดามารดา

ตัวอย่าง “หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง” เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจจุบันเป็นดอกเตอร์อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียวจำได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อแม่ว่า ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอ ด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง…พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วงสร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมด

7. ลูกหลานโปรดจำไว้

เมื่อแยกครอบครัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไรต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้าโฮเต็ล ฯ

8. ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นมงคลนาม

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะชื่อเป็นเพียงนามสมมุติแทนตัวเรา อย่างหลวงพ่อชื่อจรัญ ปู่ตั้งให้ หมอดูบอกเป็นกาลกิณี แต่ทำไมเจริญรุ่งเรือง ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าทำดีได้ดี ฯ

9. ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย

ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์ มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา..พ่อแม่ให้อะไรเอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มา ก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้าง ฯ

10. ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย

คนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้นหรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอกสอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อน กุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่างเรียนจบครู สวดมนตร์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัครหลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วันผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้ว ฯ

~หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม~

แชร์ต่อให้คนที่คุณรักได้สวด เพื่อสิริมงคลกับชีวิต เพื่อโชคลาภ ความรุ่งเรือง ความร่ำรวย ต่อตัวคุณ 1 แชร์ได้บุญ

 

ขอขอบคุณที่มาจาก :   รักยิ้ม