ข้อคิดดีๆ 6 ข้อ คนเราต่างกันแค่เพียงนิดเดียว แต่ความสำเร็จเลยต่างกันเยอะเลย…!!

ข้อคิดดีๆ 6 ข้อ คนเราต่างกันแค่เพียงนิดเดียว แต่ความสำเร็จเลยต่างกันเยอะเลย…!!

“อย่ารอให้เก่งแล้วค่อยลงมือทำ เพราะคนเราลงมือทำแล้วจึงเก่ง อะไรก็ยากหากไม่ลงมือทำ”

มีคนกล่าวไว้ว่า “แท้จริงแล้วคนเราต่างกันแค่เพียงนิดเดียว”

1. คุณนอนอู้อยู่บนเตียง เขากำลังออกกำลังกายอยู่
ดังนั้นเขามีสุขภาพดีกว่าคุณ

2. คุณทำงานไปวันๆ เขาตั้งใจทำงาน
ดังนั้นเขากลายเป็นหัวหน้าของคุณ

3. คุณกำลังทำโครงการวันนี้ให้เสร็จ เขากำลังวางแผนโครงการของปีหน้า
ดังนั้นเขาจึงสามารถครอบครองโอกาสมากกว่าคุณ

4. คุณกำลังหาข้ออ้าง เขากำลังแก้ไขปัญหา
ดังนั้นธุรกิจการงานของเขาประสบความสำเร็จมากกว่าคุณ

5. คุณเพลินกับการใช้จ่าย เขากำลังบริหารทรัพย์สิน
ดังนั้นเขาสมบูรณ์มั่งคั่งมากกว่าคุณ

6. คุณกำลังคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง เขากำลังคิดและพิจารณาถึงผลประโยชน์ของอีกฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้นเขาจึงมีความสัมพันที่ดีกับผู้คนมากกว่าคุณ

ความสำเร็จไม่มีปาฏิหาริย์ มีเพียงแค่ลู่ทาง และ การลงมือทำอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดเท่านั้น

————

การเอาชนะใครสักคน…!!!

ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน

ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

ชนะได้ก็จริง แต่ยิ่งจะสร้างรอยร้าวให้กับคนที่เรารักมากกว่า

– ชนะใครก็ไม่สู้ชนะใจตนเอง –

เถียงชนะลูกค้า ชนะแล้ว ลูกค้าก็น้อยลง

เถียงชนะเพื่อน เพื่อนน้อยลงสามัคคีก็หดหาย

เถียงชนะเจ้านาย ก็ไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

เถียงชนะญาติ ความเป็นญาติพี่น้องก็จางหาย

เถียงชนะคนรัก ความรักก็จืดจาง

เถียงชนะใคร ชนะคือแพ้ สู้ชนะตัวเองไม่ได้

ชนะตัวเองถึงจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง

18 สิ่งที่ควรทำ เมื่อคุณรักใครสักคน

เมื่อคุณรักใครสักคน สิ่งที่ควรทำ 18 ข้อนี้

ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง ความรักทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เราเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น ความรักทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้…จากการที่เราได้ รัก ใครสักคน คุณเคยรักใครสักคนหรือยัง ?

1. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้ แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

2. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

3. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไร เพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง

4. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครนอกเหนือจากเรา แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอ ที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก

5. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขาว่าเขาเคยมีใครยังไง แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกันอดีต…ถึงอย่างไรก็คืออดีต

6. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า

7. การที่เราจะรักใครสักคน
เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ

8. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์ ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้

9. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก

10. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน เพราะการที่เราคอยห่วงใย กันอยู่เสมอๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ

11. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆ เลย เพราะความรัก ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาด้วยทรัพย์สิน

12. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืม ข้อเสียทั้งหมดของเขาได้

13. การที่เราจะรักใครสักคน
ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

14. การที่เราจะรักใครสักคน
เมื่อเห็นเขาเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ ของเขาเสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบๆ ซึมๆ ไป เพราะหากเราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน ผลสุดท้ายแล้ว คนที่เสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือเราเอง

15. การที่เราจะรักใครสักคน
อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่เรารักซะก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอกอีก

16. การที่เราจะรักใครสักคน
แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจว่า ความสุขจากการที่เราได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน

17. การที่เราจะรักใครสักคน
จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ

18. การที่เราจะรักใครสักคน
ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ

Cr. whatthats

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ โดย sineenow 😀

5 คำสอนของคนจีน เอาไว้สอนตัวเรากับลูกหลานว่า “ไม่ควรพูด”…. ยิ่งพูด ชีวิตยิ่งถดถอย!!!

5 คำสอนของคนจีน เอาไว้สอนตัวเรากับลูกหลานว่า “ไม่ควรพูด”…. ยิ่งพูด ชีวิตยิ่งถดถอย!!!

1. “ยาก”

พอพูดคำว่ายาก

จะเป็นการบล็อคความสามารถทันที

2. ”ทำไม่ได้”

จะเป็นการขับไล่ตัวจากสิ่งที่ทำ

หรือปิดกั้นการเรียนรู้

3. ”ท้อ”

เพราะเพียงคำนี้ผุดขึ้น

พลังทั้งมวลทั้งร่างกายและจิตใจจะถดถอยสูญสิ้น

4. ”ขี้เกียจ”

ไม่ควรแม้แต่พูดเล่น

เพราะจะทำให้สร้างความไม่รับผิดชอบ

5. ”เหนื่อย”

พอพูดคำนี้ออกมา

ร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการอ่อนแอลงทันทััน

…………………………..

5 “คำพูดติดปาก”

พูดบ่อยๆ รับรอง…ชีวิตดี

คำว่า “ขอบคุณ”

คำแรกนี้เป็นคำสั้นๆ แต่กลับมีพลังมหาศาลที่สุด

เพราะคำนี้จะช่วยดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตของคุณได้อย่างไม่รู้จบ

เพียงแค่คุณซาบซึ้งในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นและกล่าวขอบคุณสิ่งนั้นอยู่เสมอ

ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย การกล่าวขอบคุณให้กับเรื่องดีๆ

จะยิ่งทำให้คุณรู้ถึงคุณค่าของสิ่งนั้นอย่างลึกซึ้ง และสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะเกิดขึ้นตามมาอีกเรื่อยๆ

คำว่า “ขอโทษ”

เป็นคำที่คุณควรพกติดตัวไว้เสมอข้างๆ กับคำว่า “ขอบคุณ” และควรเอามันออกมาใช้อยู่เสมอโดยไม่ต้องเคอะเขิน

ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก การกล่าวคำว่า “ขอโทษ” (จากใจจริง) ก่อนไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย หรือเสียศักดิ์ศรี

เพราะถ้าหากต่างฝ่ายต่างถือทิฐิไม่มีใครกล้าพอจะเริ่มกล่าวคำว่า “ขอโทษ”

โลกนี้ก็คงจะมีแต่ปัญหาตามมา บานปลายใหญ่โต เป็นชนวนของความแตกหัก

และทำลายความรู้สึกดีๆและมิตรภาพต่างๆที่เมื่อมันเสียไปแล้ว

ก็ยากที่จะรื้อฟื้นกลับมาให้เป็นเหมือนเดิม

จำเอาไว้ว่าการ “ขอโทษ” ก่อนไม่ใช่คุณที่ “แพ้” คุณคือคนที่ “ชนะ” ต่างหาก

“ฉันทำได้”

คำนี้คุณควรพูดกับตัวเอง หรือ ป่าวประกาศออกมาให้คนใกล้ตัวคุณฟังอยู่เสมอ

มันจะเป็นเหมือนกุญแจที่ช่วยไขพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ได้ เพราะการพูดว่า “ฉันทำได้”

จะช่วยสร้างแรงผลักดันที่กระตุ้นให้คุณเชื่อมั่นว่า คุณจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นให้สำเร็จ

ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม เพราะหากคุณเริ่มต้นทำสิ่งใดด้วยความคิดที่ว่า “ฉันทำไม่ได้” มันยากกันไป

ดังนั้นจะดีกว่ามั้ยล่ะ ? ถ้าคุณเริ่มต้นทุกสิ่งด้วยคำว่า “ฉันทำได้”

“ฉันโชคดี”

พูดบ่อยๆ ให้เป็น “คำพูดติดปาก” ยิ่งพูดยิ่งโชคดีนะบอกเลย

เพราะการพูดว่า “ฉันโชคดีที่……” ในเรื่องนั้นเรื่องนี้

เช่น ฉันโชคดีที่มีแฟนดี ฉันโชคดีที่ได้ทำงานนี้ ฉันโชคดีที่มีแฟนซื่อสัตย์ ฯลฯ

มันจะยิ่งทำให้ความ “โชคดี” วิ่งเข้ามาหาคุณบ่อยขึ้น เหมือนกับกฎของแรงดึงดูด

จิตใต้สำนึกของคุณจะพยายามมองหาแต่เรื่องที่ทำให้เกิด “โชคดี” อยู่เสมอ

โดยที่คุณไม่รู้ตัว พอรู้แบบนี้แล้ว เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนที่โชคดี ก็โชคดีอยู่เรื่อยๆ จนน่าอิจฉา

ส่วนคนที่บอกว่าตัวเอง “โชคไม่ดี” ก็มักจะวิ่งวนอยู่กับความอับโชคแบบนั้นเสมอ จริงมั้ยละ ลองนึกดูสิ

“ฉันไม่เป็นไร”

คนเราทุกคนเคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่คุณแค่คนเดียวหรอก

แต่เมื่อความผิดพลาดมันเกิดขึ้นแล้ว คุณก็ต้องกล้าที่จะให้โอกาสตัวเองพูดว่า “ฉันไม่เป็นไร” ออกมาด้วยเช่นกัน

เพราะถ้าคุณยังคงยึดติดกับข้อผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว

มัวแต่โทษตัวเอง และจมอยู่ในความผิดพลาดแบบนั้นเรื่อยๆ

มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก สู้ปล่อยวาง และเอาเวลาไปแก้ไขปัญหานั้นไม่ดีกว่าเหรอ ???

ขอบคุณที่มา คิดเป็น.com

เพราะรักเดียวที่เรากำหนดได้ คือรักเดียวในใจเรา

ใครกำลังผิดหวังเรื่องความรักอยู่ อยากให้อ่านสักนิด
ความรักของใครอาจจะกำลังเป็นแบบนี้ หากคุณกำลังผิดหวัง อยากให้ลองอ่าน.. ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

ใครกำลังผิดหวังเรื่องความรักอยู่…
บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า

สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง

การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า…

เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4…
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า…
ก็ขอให้คิดไว้ว่า..ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

แต่โปรดจำไว้เถอะว่า

หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า…ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้…ก็จงชอบต่อไปเถอะ

การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
“การตัดใจ” ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยาม ที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน..

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป…
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้…
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน

แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ…

ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป…

ยิ้มให้กับโชคชะตา
ที่ยังทำให้เรา…ได้รู้จักกัน

คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว

คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง…
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ…และร้องไห้ได้มากมาย…

คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น…ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?

แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก…อย่างจริงใจ

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ โดย flowerlove 😀

ระวัง..เพื่อนหมั่นไส้!!! “5 ราศี” มีเกณฑ์รวยไม่รู้เรื่อง ได้โชคลาภไม่คาดฝัน ดวงการเงินพุ่งกระฉูด เงินทองไหลมาเทมา ปี 61 รีบเช็คด่วนๆ!!!

ใครอยากรวย อยากเป็นเศรษฐี อยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แค่ตั้งใจทำงาน บริหารการเงิน ขยันเก็บออม และรอจังหวะดีๆ วันที่ดวงชะตาจะเข้าข้างคุณ แต่ 5 ราศีต่อไปนี้ไม่ต้องรอแล้ว เพราะปักษ์นี้มีเกณฑ์จะเงินฟู รวยไม่รู้เรื่อง หนึ่งในนั้นจะเป็นคุณหรือไม่ เราไปเช็คกันเลย!

 

ราศีกุมภ์ (เกิดระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ -15 มีนาคม)

เตรียมเปิดกระเป๋าสตางค์กว้างๆ รอรับเงินก้อนโตที่กำลังจะเข้ามา ใครยื่นขอสินเชื่อ ขอความช่วยเหลือเรื่องเงินเอาไว้ จะได้รับการตอบกลับที่น่ายินดี จะได้มีเงินทุนเอาไว้ตั้งตัว

 

ราศีมีน (เกิดระหว่างวันที่ 16 มีนาคม-15 เมษายน)

เงินเข้าเงินฟูจากหลายช่องทาง ทั้งงานหลัก งานรอง งานพิเศษ การติดต่อขอกู้ยืมต่างๆผ่านไปได้ดี มีโอกาสได้จับเงินก้อน

 

ราศีเมษ (เกิดระหว่างวันที่ 16 เมษายน-15 พฤษภาคม)

หลักจากทนลำบากมานาน ปักษ์นี้ชาวราศีเมษจะได้ลืมตาอ้าปาก ที่เคยลำบากยากจน จะมีชีวิตมีฐานะที่ดีกว่าเดิม มองเห็นช่องทางทำกินเพิ่มขึ้น

 

ราศีกรกฎ (เกิดระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม -15 สิงหาคม)

ดวงการเงินน่าจับตาไม่แพ้ใคร จะเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคพอจะได้ลุ้น เงินที่เคยเป็นหรือควรจะเป็นของคุณ ในที่สุดก็ได้มาเป็นของคุณเสียที มีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น

ราศีพิจิก (เกิดระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม)

มีโชคทางการเงินแบบฟลุ๊คๆ ได้เงินก้อนแบบไม่ตั้งตัว รายจ่ายยังมีมาก แต่รายรับก็มาก ไม่ขัดสน บริหารการเงินให้ดีแล้วชีวิตจะดี

ขอบคุณข้อมูล : gangbeauty

‘คนที่ดีที่สุด’ 5 แบบที่คุณควร ‘คบ’

‘คนที่ดีที่สุด’ 5 แบบที่คุณควร ‘คบ’


1.คนที่ ‘เคารพ’ คุณ

แม้เวลาที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าคุณ

[ไม่ใช่ลับหลังก็นินทาเข้าพวก

กับคนที่ไม่ชอบหน้าคุณไปได้เรื่อยๆ]

 

2.คนที่ ‘หวังดี’ กับคุณ

และ ‘ยินดี’ แม้คุณจะ ‘ได้ดี’ กว่าเขา

[ไม่ใช่ทำตัวเป็นมิตรแต่อิจฉาและเกลียดคุณอยู่ลึกๆ]

 

3.คนที่ไม่สนใจ ‘เรื่องของใคร’

โฟกัสที่ ‘เรื่องสำคัญ’ ในชีวิตตัวเอง

[ไม่ใช่วันๆ ยุ่งแต่เรื่องชาวบ้าน

ไม่เคยพัฒนาชีวิตตัวเอง]

4.คนที่มีไอเดีย ริเริ่ม สร้างสรรค์

‘ทำอะไรใหม่ๆ’ ตลอดเวลา

[ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ ขี้เกียจ เฉื่อยชา

ย่ำอยู่กับที่ ไร้พลัง ไร้อนาคต]

 

5.คนที่เป็น ‘คนจริง’ ตรงไปตรงมา

จริงใจ ไม่จอมปลอม เสแสร้ง สร้างภาพ

[ไม่ใช่ชอบเฟค ขี้อวด ดีแต่เปลือก

ไม่จริงใจ กลับกลอก ตลบแตลง]
………………….

กฎ 5 ข้อที่ทำให้ชีวิต ‘ดี’ มาก !

1.ถ้ายังไม่ ‘เก่ง’ พอ

อย่า ‘วิจารณ์’ คนอื่น !

 

2.ถ้ายังไม่ ‘ฉลาด’ พอ

อย่า ‘อวดรู้’ กับคนอื่น !

 

3.ถ้ายังไม่ ‘สำเร็จ’ พอ

อย่า ‘ดูถูก’ คนอื่น !

 

4.ถ้ายังไม่ ‘รวย’ พอ

อย่า ‘โอ้อวด’ คนอื่น !

 

5.ถ้ายังไม่ ‘ดี’ พอ

อย่า ‘ยุ่ง’ เรื่องคนอื่น !

cr.Chermarn Ratanapongtrakoon

ที่มา คิดเป็น

ความรัก คือ การประคับประคองกัน ไม่ใช่การครอบครองกัน เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอยากครอบครอง แต่เป็นไปไม่ได้…

เรื่องที่ทุกคนอยากจะได้คำตอบดายตัว เพียงแต่ว่าไม่เคยมีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้เลยสักคน เพราะความรักมีหลายรูปแบบ ที่ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ความรักที่เจ็บปวด คือ ความรักที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเมื่อเรารักใครสักคนแล้วย่อมอยากจะเป็นเจ้าของความรักนั่นกันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คนละ ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้ เพราะความรักเหมือนกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ ไม่มีอะไรแน่นอนกับมัน เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย แต่มันจะให้เราเอง คือความเจ็บปวดปนความหวาน

ที่ยิ่งคุณอยากจะลิ้มลองความหอมหวานของมันเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งถลำลึกไปกับความเจ็บปวดนั่น จนอาจจะยากที่จะถอนตัวออกมา

รักคือการลาจาก?

จากสติ จากความถูกต้อง จากความสงบ เพราะรักคือความเร้าร้อน ที่พร้อมจะแผดเผา เพราะรักคือความหนาวเหน้บที่เย็นเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะลองดู บางคนแสวงหาความรักมากมาย ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย เพื่อตามหารักแท้ แต่ยากที่จะครอบครอง เพราะบางครั้งอาจจะเป็นรักต้องห้าม ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่าเพื่อนสนิท ระหว่างคำว่าคนที่มีเจ้าของแล้ว หรือ ระหว่างคำว่า ไม่เหมาะสม มันยากที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอยากครอบครองแต่เป็นไปไม่ได้ก็็คิดเสียเถิดว่า
ยังดีกว่าไม่ได้รัก ความรักต้องการให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุดเท่านั้น ก็เพียงพอสำหรับคำว่ารักแท้ที่มาพร้อมกับการรอคอยที่ไม่รู้ว่าขอบเขตความสิ้นสุดของการรอรอที่จะเป็นเจ้าของนั่นคือเมื่อไหร่

บางคนที่ต้องพรากจากคนรักด้วยสังขารความดาย ก็หวังลมๆแล้งๆ ว่าเค้าจะกลับมาในสักวัน เค้ายังอยู่กับเราเสมอ บางคนพรากด้วยคำว่าหน้าที่ ก็รอไปจนกว่าหน้าที่จะหมดลง บางคนพรากด้วยความไม่เหมาะสม ก็พยายามที่จะถีบตัวเองขึ้นไปให้เหมาะสมกัน

แต่บางคนพรากด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่ยังรักมากมาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยความไม่เข้าใจว่า เขายังรักเรารึป่าว หรือรักคนที่มีเจ้าของแล้วรักกันมากมายแต่อีกฝ่ายมีห่วง(ลูก) คุณจะเห็นแก่ใครระหว่างความรักของคุณเอง หรือว่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมารับรู้

เมื่อคุณรอคอยความรักที่ไม่อาจจะเป็นเจ้าของได้ คุณอาจจะต้องพลาดความรักแท้จากใครคนอื่นๆไป คุณปิดใจตนเองเพราะอยากเป็นเจ้าของคุณทำแบบนั่นแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น.

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : baanmaha 

ลาภของชีวิต 8 ข้อ…คนมีอยู่จงรักษาให้ดีสุดชีวิต

ลาภของชีวิตควรมีอะไรบ้าง

1.  มีความเข้มแข็งพอที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อใครๆ ได้

2. มีความอดทนพอที่จะให้อภัยในความล่วงเกินของผู้อื่นได้

3.  มีความเพียรเป็นไปติดต่อพอที่จะยังกิจให้สำเร็จ ตามความประสงค์ได้

4.  มีคุณงามความดีพอที่ใครๆ จะเคารพนับถือได้

5.  มีความสงบใจพอที่จะหาความสุขด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องหาความสุขจากภายนอก

6.  มีปัญญาพอที่จะเป็นที่พึ่งของผู้มีทุกข์บากหน้ามาหาได้

7.  มีใจประกอบด้วยความเสียสละ พอที่จะสละความสุขส่วนตนเพื่อความสุขของผู้อื่นได้

8.  มีทรัพย์พอที่จะสงเคราะห์เอื้อเฟื้อญาติมิตรหรือผู้ตกทุกข์ได้

เหล่านี้คือลาภของชีวิต..มีแล้วจงขอบคุณ และตระหนัก ซาบซึ้ง อย่าเปรียบเทียบตนกับใคร.

เพิ่มเติม ถ้าท่านมีทั้ง 9  ข้อนี้ แปลว่าชีวิตท่าน มีวาสนาดีกว่าคนทั้งโลก 80% แล้ว

1. แม้ไม่ร่ำรวยมาก แต่ก็ไม่ขัดสน มีกิน มีใช้

2. ที่บ้านไม่มีคนป่วย

3. พ่อ แม่ ลูก อยู่พร้อมหน้ากัน

4. ไม่มีญาติที่ถูกขังอยู่ในคุก

5. ไม่มีศัตรูอาฆาต

6. ในกลุ่มมิตสหายไม่มีทุรชน (คนชั่ว คนเลว)

7. ทำผิดมีกัลยาณมิตร คอยตักเตือน

8. ทำการใดมีผู้อุปถัมภ์ คอยช่วยเหลือ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

9. มีผู้รู้เป็นมิตรสหาย ให้ความรู้ ชี้นำแต่ทางที่ดี

เครดิต : เพจอาจารย์วศิน อินทสระ

ไม่ต้องถูบ้านบ่อย 2 เทคนิคถูบ้านเเบบเซียน ประหยัดเวลา ฝุ่นไม่กล้าเกาะ

สูตรนี้ได้ผล! ไม่ต้องถูบ้านบ่อย 2 เทคนิคถูบ้านเเบบเซียน ประหยัดเวลา ฝุ่นไม่กล้าเกาะ

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากกันอีกเช่นเคย คงไม่มีใครไม่เคยถูบ้านใช่ไหมคะ วิธีที่คนทั่วไปใช้ถูทำความสะอาดบ้านคือ นำผ้าไปชุบน้ำเเล้วถู กว่าจะถูเสร็จก็เหงื่อตก เเถมไม่นานฝุ่นก็กลับมาเกาะใหม่ เเต่วันนี้เราจะมาบอก 2 วิธีถูบ้านแบบเซียนๆกัน ทำยังไงไปดูกันเลย

มาเริ่มกันเลย กับเทคนิคเเรก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ง่ายๆเเค่ 3 ขั้นตอน

1. เตรียมน้ำสะอาดลงในถัง พร้อมผ้าสะอาดสำหรับถูพื้น

2. ใส่พระเอกของเราลงไป ก็คือน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผสมลงในน้ำเล็กน้อย ใส่เยอะเปลืองค่ะ

3. ชุบผ้าลงไปในน้ำ บิดให้เเห้ง เเล้วถูตามบริเวณเฟอร์นิเจอร์ เเละพื้นบ้าน

เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็จะสะอาด มีกลิ่นหอม เเถมฝุ่นเกาะช้ากว่าวิธีการถูบ้านเเบบเดิมๆอีกด้วย สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่า การถูบ้านเเบบเดิมๆ จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ทำให้ฝุ่นมาเกาะได้ง่ายกว่า เมื่อเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป จะช่วยลดปัญหาไฟฟ้าสถิตได้ ทำให้ฝุ่นเกาะยากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ แบบนี้ก็ทำให้ไม่ต้องถูบ่อยๆบ้านก็ยังสะอาด ไร้ฝุ่น ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

เทคนิคที่ 2 เกลือกับน้ำร้อน

1. ต้มน้ำให้อุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ต้องรอจนเดือดนะคะ

2. เติมเกลือลงไปในน้ำประมาณ 1 ช้อน คนให้เกลือละลาย

3. เสร็จเเล้วนำผ้าถูพื้นมาจุ่ม เเล้วบิดพอหมาดๆ นำไปถูบ้านตามปกติ เเต่ผลลัพธ์ที่ได้จะเเตกต่างเพราะ บ้านจะสะอาด เเห้งเร็วกว่า

ที่เป็นเเบบนี้เพราะในเกลือมีสารบางชนิด ที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดี เมื่อผสมเข้ากับน้ำร้อน จึงทำให้พื้นเเห้งเร็ว ลดปัญหากลิ่นอับเเละความชื้นในบ้านได้ค่ะ

เลือกวิธีที่ถนัดเเละสะดวกไปลองใช้กันดูได้เลยนะคะ

ขอบคุณที่มา http://www.share-si.com

5 ข้อคิดดีๆ สำหรับสู้ชีวิตในช่วงแย่ๆ

ในช่วงชีวิตเราทุกคน ย่อมต้องมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา ซึ่งตอนขาขึ้นก็ดีมีความสุขสบายใจสบายกาย แต่เมื่อตอนขาลงนี่สิ ที่ปัญหาต่างๆจะรุมเร้าเข้ามาจนเราแทบจะทนไม่ไหว ไม่ว่าจะเลวร้ายหรือแย่แค่ไหน ก็อย่ายอมแพ้นะครับ พยายามฝ่าฝันไปให้ได้ และวันนี้เรามีข้อคิดดีๆ ที่จะช่วยให้ผ่านช่วงที่แย่ๆไปได้มาฝากกันครับ

1.อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เพราะเราทุกคนย่อมต้องผ่านช่วงเวลาเลวร้ายกันทั้งนั้น

ทุกๆคนย่อมมีวันที่ดีและวันที่ไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีตัวอย่างอยู่มากมาย เช่น Steve Jobs , J.K. Rolling เป็นต้น ล้วนผ่านช่วงเวลาเลวร้ายของชีวิตมาด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งเหล่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักเลือกที่จะไม่บ่นหรือเสียเวลาคิดว่าทำไมต้องเกิดปัญหาด้วย แต่พวกเขานั้นจะยอมรับว่า “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด” และพยายามคิดและหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือพยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสนั้นเอง

2.ชีวิตเรามีทางเลือกเสมอและอย่ามองทุกอย่างให้เป็นปัญหา

สิ่งนึงที่เราต้องยอมรับคือ เราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ หรือควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น เราควรยอมรับและเลือกทางเดินต่อไปในชีวิตที่จะทำให้ตัวเราเองดีขึ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่ อย่ามองว่าเป็นปัญหา เพราะมันจะเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเราคิดว่ามันคือปัญหา และอย่าคิดว่าเราไม่มีทางเลือก เพราะ “ชีวิตเรามีทางเลือกเสมอ” เช่น หากถ้าเรารู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันไม่ใช่สำหรับเราเลย เราก็เลือกที่จะเปลี่ยนสายงานหรือเปลี่ยนงานใหม่ได้ แต่ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ชีวิตเราที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เราเป็นผลมากจากเราเลือกเองด้วยนะครับ

3.ความล้มเหลวคือโอกาสที่จะได้เรียนรู้ และอย่าผิดหวังเมือ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เพราะอาจจะมีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่

ความล้มเหลวถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จก็ว่าได้ เพราะเรามีโอกาสได้เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาต่อไปให้สำเร็จ ซึ่งอาจจะต้องผ่านช่วงเวลาล้มเหลวหลายครั้งหรือยาวนานก้แล้วแต่ละบุคคล แต่สำคัญว่าต้องก้าวข้ามความล้มเหลวไปให้ได้ การที่เราล้มเหลวหรือไม่ได้สิ่งที่หวังนี้ อย่าพึ่งผิดหวังไป เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่ามีสิ่งที่ดีกว่ากำลังรอเราอยู่ก็เป็นได้ เช่น เพราะถูกไล่ออกจากบริษัท จึงทำให้คุณสร้างธุรกิจเอง จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้

4.เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เพราะ ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” หากเรามีความพยายาม

สิ่งต่างๆรอบตัวเรา เช่น สภาพอากาศ บุคคล เศรษฐกิจ และอื่นๆ คือสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ หากแต่เราลองปรับทัศนคติที่ตัวเราเอง เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งต่างๆรอบตัว หรือพัฒนาตัวเองให้โดดเด่นขึ้นจนสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งต่างๆได้อย่างเกิดประโยชน์และเป็นโอกาสแก่เราเอง สำคัญว่าเราต้องมีความพยายาม อดทนไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วโอกาสก็จะเป็นของเรา

5.อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จงมีความสุขในแบบของเราเอง

เคยรู้สึกไหมว่า เวลาเราเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เรามักจะเป็นทุกข์ เพราะจะมองเห็นแต่ข้อดีของคนอื่นๆแล้วนำมาทำให้ตัวเราเองหมดกำลังใจ ซึ่งไม่ดีเลยและในความเป็นจริง เราทุกคนมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปซึ่งทำให้ความสุขของแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วย เพราะฉะนั้นเราไม่ควรนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เราจงมีความสุขในแบบของเราเอง แบบที่เราเป็นอยู่ แต่หากจะมองหรือเปรียบเทียบคนอื่นก็ขอให้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองต่อไปจะดีกว่าครับ

จากข้อคิดทั้งหมดจะเห็นได้ว่า จะสุขจะทุกข์ ก็เริ่มจากใจและตัวเราเองครับ ไม่ว่าจะเจอช่วงแย่ๆแค่ไหนก็ตามขอให้ทุกๆคน มีสติ และอดทนไว้ครับ

แล้วจะสามารถผ่านช่วงแย่ๆไปได้ สิ่งดีๆก็จะเข้ามา และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผ่านช่วงเวลาแย่ๆไปให้ได้ครับ

ขอบคุณที่มา : คิดเป็น

เรียบเรียงโดย : เป็นตาฮัก