ตรวจศีลทุกวัน อรหันต์อยู่ไม่ไกล

ตรวจศีล (ศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่าง ศีลพร้อย) ชีวิตเหมือนเรือน้อยในทะเลใหญ่
สัตว์ร้าย คลื่น พร้อมจะจมเรืออยู่เสมอ
ตราบยังไม่บรรลุถึงฝั่ง วูบวาบหวั่นไหวอยู่ร่ำไป
ทางเดียวที่แก้ได้ คือไปให้ถึงที่สุด
หยุดลอยคว้างกลางมหาทะเลกันเสียที

แม้คลื่นไม่คม แม้ลมไม่รวน
แต่หากเรือรั่วแล้ว อย่างไรก็ต้องจมลง
เรือ แม้รั่วเพียงน้อยก็เป็นประวัติด่างพร้อยของลำเรือ

นักปฏิบัติธรรมต่างอะไรกับลำเรือ
หากตั้งใจไปถึงฝั่งต้องตั้งตนอยู่บนอัปปมาทธรรม
ไม่ทำความรั่วให้ตัวเอง
ตั้งเป้าให้มั่น ไม่ไหวหวั่นไปกับคลื่นลมและลมรวน

ผู้ใดอยู่ครองเรือน มีศรัทธาในธรรม 4 ประการ

1. สัจจะ การยกระดับชีวิตจิตวิญญาณให้สูงขึ้น
2. ทมะ การฝึกตน
3. ขันติ ความอดทน
4. จาคะ การเสียสละ

ผู้นั้นเมื่อละโลกไปแล้วย่อมไม่เศร้าโศก
เหตุแห่งการได้ชื่อเสียง ยิ่งไปกว่าสัจจะไม่มี
เหตุแห่งการได้ปัญญา ยิ่งไปกว่าการฝึกตนไม่มี
เหตุแห่งการหาทรัพย์ได้ ิยิ่งไปกว่าความอดทนไม่มี
เหตุแห่งการได้มิตรชิดใกล้ ยิ่งไปกว่าการเสียสละไม่มี
(พระไตรปิฏก เล่ม 25 อาฬวกสูตรที่ 10 ข้อที่ 311)

เมื่อสัตว์ทั้งหลายประมาทแล้ว
ผู้มีปัญญาย่อมไม่ประมาท
เมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับ (อยู่ในกิเลส)
ผู้มีปัญญาดีย่อมตื่น (ละกิเลส) อยู่โดยมาก
ย่อมละทิ้งบุคคลผู้ประมาทนั้นไป
ดุจม้าดีมีกำลังกล้า ทิ้งม้าอ่อนกำลังไว้เบี้องหลังฉะนั้น..
(พระไตรปิฏก เล่ม 25 คาถาธรรมอัปปมาท วรรคที่ 2 ข้อ 12)

ตรวจศีลทุกวัน อรหันต์อยู่ไม่ไกล

อานิสงส์สุจริต

มิต้องสำนึกเสียใจในการกระทำ

ปัญญาชนคนดีแซ่ซ้องสรรเสริญ

ตำนานการดำเนินชีพอันงาม

ย่อมระบือลือไป เป็นแบบอย่างให้กับใครใคร

คลายจางจากความชั่ว

มีตัวตั้งมั่นในสัทธรรม

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จาก palungjit